ระบบบำบัดน้ำเสียแบบ Trickling Filter
ระบบบำบัดน้ำเสียแบบ Trickling Filter
ระบบบำบัดน้ำเสียแบบ Trickling Filter (บางครั้งสะกดว่า "Trickling" แต่มีคนเรียกผิดเป็น "Thickling") เป็นระบบบำบัดน้ำเสียแบบชีวภาพที่ใช้อากาศร่วม โดยมีจุดเด่นคือการใช้จุลินทรีย์ที่เกาะอยู่บนวัสดุกรองเพื่อย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำเสียที่ไหลผ่านตัวกลางกรอง
หลักการทำงานของ Trickling Filter
-
น้ำเสีย จากระบบบำบัดเบื้องต้น (Primary Treatment) จะถูกส่งขึ้นไปยังด้านบนของระบบกรอง
-
น้ำเสียจะถูกกระจาย ผ่านหัวกระจายน้ำ (Rotating Distributor หรือ Fixed Spray Arm) ให้ไหลผ่านลงบนวัสดุตัวกลางที่มีจุลินทรีย์เกาะอยู่ (เช่น หินบด พลาสติก หรือวัสดุสังเคราะห์)
-
จุลินทรีย์ที่เกาะตัวอยู่บนตัวกลาง จะทำการย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำเสียในขณะที่น้ำไหลผ่านลงด้านล่าง
-
น้ำที่ผ่านการกรองแล้ว (Effluent) จะถูกรวบรวมไว้ด้านล่าง และส่งต่อไปยังถังตกตะกอนขั้นที่ 2 (Secondary Clarifier) เพื่อแยกตะกอนจุลินทรีย์ที่หลุดออกมา
-
ตะกอนบางส่วนจะถูกส่งกลับ หรือทิ้งเป็น sludge ส่วน Effluent ที่ได้ก็ถือว่าเป็นน้ำที่ผ่านการบำบัดขั้นที่สองแล้ว
ส่วนประกอบหลักของ Trickling Filter
-
ถังกรอง (Filter bed): มักทำเป็นทรงกระบอกสูง
-
ตัวกลางกรอง (Media): หินบด พลาสติกทรงลูกบาศก์ หรือทรงอื่นๆ ที่มีพื้นผิวมาก
-
ระบบกระจายน้ำ (Distributor): แบบหมุนหรือแบบคงที่
-
ระบบระบายอากาศ (Natural draft หรือ Forced draft)
-
ถังตกตะกอนรอง (Secondary clarifier)
การออกแบบ Trickling Filter (หลักพื้นฐาน)
1. พิจารณาปริมาณน้ำเสีย
-
ปริมาณน้ำเสีย (Q) เช่น ลบ.ม./วัน
-
ค่า BOD5 ของน้ำเสียก่อนเข้า
2. เลือกประเภท Trickling Filter
-
Standard-rate: ใช้กับโหลดสารอินทรีย์ต่ำ (~0.08–0.4 kg BOD/m³·d)
-
High-rate: ใช้กับโหลดสูง (~0.4–1.1 kg BOD/m³·d)
-
Roughing filter: โหลดสูงขึ้น (~1–4 kg BOD/m³·d) ใช้เป็นการบำบัดล่วงหน้า
3. คำนวณพื้นที่ผิวของตัวกลางกรอง
-
ใช้สูตรการออกแบบจากประสบการณ์หรือโมเดล เช่น NRC equation หรือ Eckenfelder equation
ตัวอย่างค่าพื้นฐาน:
ประเภท Filter | ความสูง (m) | Loading rate (kg BOD/m³·d) | ประสิทธิภาพ BOD (%) |
---|---|---|---|
Standard-rate | 1.8–2.4 | 0.08–0.4 | 75–90% |
High-rate | 0.9–2.4 | 0.4–1.1 | 65–85% |
4. การเลือกตัวกลางกรอง
-
พลาสติก: น้ำหนักเบา พื้นที่ผิวเฉพาะสูง (>100 m²/m³)
-
หินบด: ราคาถูก แต่พื้นที่ผิวน้อยกว่า (~30–40 m²/m³)
5. การออกแบบระบบระบายอากาศ
-
แบบธรรมชาติ (ใช้ช่องอากาศที่พื้นและด้านข้าง)
-
หรือ ใช้พัดลมเป่าลมเข้า (ถ้าโหลดสูง)
ข้อดี
-
ไม่ต้องเติมอากาศเหมือน Activated Sludge
-
ระบบค่อนข้างเสถียร
-
บำรุงรักษาง่าย
ข้อจำกัด
-
ต้องการพื้นที่มากกว่าบางระบบ
-
อาจมีกลิ่นถ้าอากาศไม่เพียงพอ
-
ประสิทธิภาพลดลงในน้ำเสียที่มี BOD สูงมาก